รถเฮี๊ยบยกตู้คอนเทนเนอร์

รถเฮี๊ยบ ยกตู้คอนเทนเนอร์ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงานและพื้นที่หน้างาน 

รถเฮี๊ยบคือการรวมความสามารถของรถบรรทุกและเครนยกไว้ในคันเดียว ทำให้สามารถรับตู้คอนเทนเนอร์จากจุดต้นทาง ขนส่ง และยกลงติดตั้งที่ปลายทางได้ทันที  

ทำไมรถเฮี๊ยบจึงเหมาะกับงานยกตู้คอนเทนเนอร์

รถเฮี๊ยบเป็นรถบรรทุกที่ติดตั้งเครนไฮดรอลิกสำหรับยกสิ่งของหนัก โดยมีข้อได้เปรียบคือสามารถขนส่งและยกติดตั้งได้ในคันเดียว จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความคล่องตัวสูง สำหรับงานตู้คอนเทนเนอร์ รถเฮี๊ยบสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่รถเครนขนาดใหญ่เข้าไม่สะดวก เช่น

  • พื้นที่ชุมชน
  • ซอยแคบ
  • พื้นที่ก่อสร้างภายในเมือง
  • พื้นที่โรงงานที่มีข้อจำกัดด้านการจราจร
  • พื้นที่เกษตรกรรมและสวน
  • พื้นที่ต่างจังหวัดที่อยู่ห่างจากเขตอุตสาหกรรม

จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งงานภาคธุรกิจและงานส่วนบุคคลที่ต้องการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

รถเฮี๊ยบสามารถยกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใดได้บ้าง

ขนาดของตู้คอนเทนเนอร์มีผลโดยตรงต่อการเลือกขนาดรถเฮี๊ยบ เนื่องจากน้ำหนักและระยะการยกแตกต่างกัน

ตู้คอนเทนเนอร์ 10 ฟุต 

ความยาวประมาณ 3 เมตร น้ำหนักตู้เปล่าประมาณ 1–1.5 ตัน ตู้ขนาด 10 ฟุตเป็นตู้ที่มีน้ำหนักไม่มาก รถเฮี๊ยบขนาด 3-5 ตันสามารถยกได้ในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะงานติดตั้งสำนักงานชั่วคราว ป้อมยาม หรือห้องเก็บของสำเร็จรูป ทั้งนี้หากต้องยกข้ามกำแพงหรือวางในจุดที่มีระยะยกไกล อาจต้องเลือกใช้รถเฮี๊ยบขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน

ตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต

ความยาวประมาณ 6 เมตร น้ำหนักตู้เปล่าประมาณ 2–2.5 ตันเป็นขนาดที่นิยมใช้งานมากที่สุด ทั้งตู้สำนักงานและตู้เก็บสินค้า จำเป็นต้องใช้รถเฮี๊ยบที่มีสมรรถนะเหมาะสมกับระยะยกและสภาพพื้นที่รถเฮี๊ยบที่เหมาะสม รถเฮี๊ยบ 5 ตัน รถเฮี๊ยบ 8 ตัน รถเฮี๊ยบ 10 ตัน

ตู้คอนเทนเนอร์ 40 ฟุต

ความยาวประมาณ 12 เมตร น้ำหนักตู้เปล่าประมาณ 3.5–4 ตัน เป็นตู้ขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยการวางแผนงานอย่างละเอียด ทั้งเรื่องพื้นที่หน้างาน ระยะยก และกำลังยกของเครนบนรถเฮี๊ยบรถเฮี๊ยบที่เหมาะสม รถเฮี๊ยบ 10 ตัน รถเฮี๊ยบ 12 ตัน รถเฮี๊ยบ 15 ตัน

ทั้งนี้ หากเป็นตู้ที่มีการบรรทุกสินค้าอยู่ภายใน น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงต้องแจ้งข้อมูลให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าเพื่อคำนวณขนาดรถที่เหมาะสม

วิธีเลือกขนาดรถเฮี๊ยบให้เหมาะกับตู้คอนเทนเนอร์

การเลือกรถเฮี๊ยบไม่ควรดูเพียงขนาดของตู้เท่านั้น แต่ควรประเมินรายละเอียดหน้างานร่วมด้วย

  1. ตรวจสอบน้ำหนักจริงของตู้ ควรทราบว่าตู้เป็นตู้เปล่าหรือตู้ที่บรรจุสินค้าอยู่ภายใน ตัวอย่างเช่น
  • ตู้ 20 ฟุตเปล่า
  • ตู้ 20 ฟุตที่บรรทุกสินค้า
  • ตู้สำนักงานที่ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์แล้ว

น้ำหนักแต่ละกรณีอาจแตกต่างกันหลายเท่าตัว

  1. วัดระยะการยก ระยะระหว่างจุดจอดรถกับตำแหน่งวางตู้เป็นข้อมูลสำคัญ หากต้องยกใกล้ตัวรถ อาจใช้เครนขนาดเล็กได้ แต่หากต้องยกข้ามกำแพง ข้ามรั้ว หรือวางตู้ลึกเข้าไปภายในพื้นที่ อาจจำเป็นต้องใช้รถเฮี๊ยบขนาดใหญ่กว่า
  2. สำรวจพื้นที่หน้างาน ควรตรวจสอบว่า
  • ถนนเข้าถึงได้หรือไม่
  • พื้นดินแข็งแรงเพียงพอหรือไม่
  • มีสายไฟหรือสิ่งกีดขวางหรือไม่
  • มีพื้นที่สำหรับกางขาค้ำเครนหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เลือกรถได้เหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น

  1. พิจารณาความสูงในการติดตั้ง บางโครงการต้องวางตู้ซ้อนชั้น หรือยกขึ้นบนโครงสร้างคอนกรีต กรณีดังกล่าวควรเลือกเครนที่รองรับความสูงในการยกได้เพียงพอ
  2. ใช้บริการจากผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ ผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์จะสามารถประเมินหน้างานและแนะนำขนาดรถเฮี๊ยบที่เหมาะสมได้อย่างถูกต้อง ช่วยลดความเสี่ยงจากการเลือกเครนเล็กเกินไปหรือใหญ่เกินความจำเป็น

สรุปการเลือกขนาดรถเฮี๊ยบให้เหมาะกับตู้คอนเทนเนอร์

  • ตู้ 10 ฟุต ควรใช้รถเฮี๊ยบขนาด 3-5 ตัน 
  • ตู้ 20 ฟุต ควรใช้รถเฮี๊ยบขนาด 5-10 ตัน
  • ตู้ 40 ฟุต ควรใช้รถเฮี๊ยบขนาด 10-15 ตัน
  • ตู้ดัดแปลง รถเฮี๊ยบ 8-15 ตัน หรือประเมินตามน้ำหนักจริง

อย่างไรก็ตาม การเลือกขนาดรถเฮี๊ยบไม่ควรดูเพียงน้ำหนักตู้เท่านั้น แต่ควรพิจารณาระยะยก ความสูงในการยก พื้นที่หน้างาน และสิ่งกีดขวางโดยรอบร่วมด้วย เพื่อให้การยกตู้คอนเทนเนอร์เป็นไปอย่างปลอดภัยและใช้รถได้เหมาะสมกับลักษณะงานจริงมากที่สุด

หากกำลังมองหาบริการรถเฮี๊ยบยกตู้คอนเทนเนอร์ ไม่ว่าจะเป็นตู้ 10 ฟุต 20 ฟุต หรือ 40 ฟุต “ต้นเครนมหานคร ระยอง” พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้รถและสินค้าของคุณกลับมาเดินทางต่อได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย